วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

งานวิจัยกับแนวปฏิบัติของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

     มาตรา 103/7 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน
และปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554
ได้กำหนดมาตรการการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐไว้ 2 ประการ ได้แก่
    1. การให้หน่วยงานของรัฐจัดทำรายละเอียดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง
ราคากลาง การคำนวณราคากลางไว้ในระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
    2. การให้บุคคล หรือนิติบุคคล ที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ
แสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการต่อกรมสรรพากร
     โดยตามประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำ
และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญา
กับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2554 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ดูคู่มือ ข้อ 2.4.3)
    จากมาตรการดังกล่าว ในส่วนของ ข้อ 1. ส่วนราชการผู้ให้ทุนจะเป็นผู้
ประกาศราคากลางตามแบบที่ สำนักงาน ป.ป.ช.กำหนด  ดังรูป


          โดยการประกาศดังกล่าว ให้ปรกาศภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่
ผู้มีอำนาจได้อนุมัติให้เงินสนับสนุนทุนการวิจัย 
          ทั้งนี้ หากในการวิจัยดังกล่าวมีการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินเกินกว่า
100,000 บาท ก็จะต้องดำเนินการประกาศราคากลางในส่วนของการจัดซื้อ
จัดจ้างนั้น ตามแบบการประกาศราคากลางที่สอดคล้องกับงาน

      สำหรับมาตรการการให้บุคคล หรือนิติบุคคล ที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงาน
ของรัฐแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการต่อกรมสรรพากร นั้น 
ส่วนราชการเจ้าของงบประมาณจะต้องกำหนดไว้ในข้อกำหนดคุณสมบัติ
ของผู้รับทุน แต่หากการให้ทุนอุดหนุนการวิจัยดังกล่าวมีวงเงินเกิน 
2,000,000 บาท ส่วนราชการเจ้าของงบประมาณจะต้องบันทึกข้อมูลสัญญา
หน่วยงานของรัฐในระบบบันทึกข้อมูลคู่สัญญาหน่วยงานของรัฐ บนเว็บไซต์
ของ สำนักงาน ป.ป.ช. 



     


แสดงความคิดเห็น