วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2559

การกำหนดค่่าน้ำหนัก การพิจาณาโดยใช้เกณฑ์ Price Performance


         ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการจัดหาพัสดุด้วยวิธี
ตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Market : e - market) และด้วยวิธีประกวดราคา
อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bidding : e - bidding) ข้อ 32 การกำหนดหลักเกณฑ์
ที่ใช้ในการพิจารณาผู้ชนะ โดยใช้หลักเกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา 
มีขั้นตอนดังนี้   
           1. พิจารณาตัวเลือกตัวแปรหลักดังต่อไปนี้ อย่างน้อย 2 ตัวแปรหลัก สำหรับ
ใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา ได้แก่       
               (ก) ราคาที่เสนอราคา (Price) เป็นตัวหลักประเภทบังคับ       
               (ข) ผลกาประเมินผู้ค้าภาครัฐ (Grading) เป็นตัวหลักประเภทไม่บังคับ       
               (ค) คุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ เป็นตัวแปรหลัก
ประเภทไม่บังคับ ได้แก่  คุณภาพของสินค้า มาตรฐานของสินค้า ต้นทุนของพัสดุนั้น
ตลอดอายุการใช้งาน บริการหลังการขาย และประโยชน์ระยะยาวที่จะเกิดขึ้นแก่
ส่วนราชการ       
               (ง) การเสนอพัสดุที่เป็นกิจการที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุนเป็น
ตัวแปรประเภทไม่บังคับ       
               ให้ส่วนราชการพิจารณาเลือกใช้ตัวแปรหลักตาม (ก) - (ง) มากำหนดเป็นเกณฑ์
ในการประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา โดยส่วนราชการอาจเลือกใชตัวแปรประเภทบังคับ
ตาม (ก) และตัวแปรประเภทไม่บังคับตาม (ข) - (ง) หรือท้ั้งหมดก็ได้   
           2. หลังจ่กที่ได้กำหนดตัวแปรหลักแล้ว ให้พิจารณาน้ำหนักของตัวแปรหลักแต่ละ
ตัวแปร โดยกำหนดให้นัำหนักของตัวแปรรวมทั้งหมดเท่ากับ 100  ในการพิจารณาน้ำหนัก
ของตัวแปร ให้คำนึงถึงความเหมาะสม และประโยชน์ของทางราชการเป็นหลัก
          นอกจากนี้แล้ว กรมบัญชีกลางได้ตอบข้อซักถามเกี่ยวกับการกำหนดเกณฑ์ไว้ว่า 
   การพิจารณากำหนดน้ำหนักตัวแปร ไม่จำเป็นต้องให้น้ำหนักตัวแปรราคามากกว่าตัวแปรอื่น
เสมอไป ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับพัสดุที่จัดหาว่ามีความซับซ้อน และมีความจำเป็นต้องคำนึงถึงคุณสมบัติ
ทางเทคนิคมากน้อยเพียงใด หากซับซ้อนมาก การกำหนดน้ำหนักให้กับตัวแปรอื่นที่ไม่ใช่
ตัวแปรราคา ควรกำหนดไม่เกินร้อยละ 60 ในกรณีซับซ้อนปานกลางและคำนึงถึงคุณสมบัติ
ทางเทคนิคน้อย อาจกำหนดน้ำหนักให้กับตัวแปรอื่นที่ไม่ใช่ตัวแปรราคาลดลงตามความ
เหมาะสม เช่น ไม่เกินร้อยละ 50 เป็นต้น

การซื้อเอกสารประกวดราคาด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ของกิจการร่วมค้า

      กรมบัญชีกลาง ได้ตอบคำถามกรณีกิจการร่วมค้าซื้อเอกสารประกวดราคาด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) จำเป็นต้องซื้อทั้ง 2 ราย หรือซื้อในนามกิจการร่วมค้าเพียงรายเดียว ไว้ว่า
       1.ในกรณีกิจการร่วมค้าจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่ก่อนการซื้อเอกสารประกวดราคา นิติบุคคลใหม่จะต้อง
มาลงทะเบียนเป็นผู้ค้ากับภาครัฐก่อน และเมื่อลงทะเบียนเป็นผู้ค้าภาครัฐแล้วก็สามารถซื้อเอกสารประกวดราคาฯ ในนามนิติบุคคลใหม่ และยื่นเสนอราคาในนามนิติบุคคลใหม่
       2. กรณีจดทะเบียนหลังจากซื้อเอกสารประกวดราคา กิจการร่วมค้าจะต้องซื้อเอกสารประกวดราคาทุกราย 
และยื่นในนามของกิจการร่วมค้ากรณีกิจการร่วมค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่ ไม่ว่าจะได้ร่วมค้ากันมาก่อนหรือหลังจากที่ซื้อเอกสารประกวดราคา  นิติบุคคลที่เข้าร่วมค้าจะต้องซื้อเอกสารประกวดราคาทุกราย สำหรับการยื่นเสนอราคาให้ผู้ค้าหลัก (Lead Firm) เป็นผู้ยื่นเสนอราคา ในนามของกิจการร่วมค้า



วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2558

มาตรการควบคุมการจัดทำโครงการที่มีการจัดจ้างเอกชนผู้รับจัดงาน (Organizer)

      กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศมาตรการควบคุมการจัดทำโครงการที่มีการจัดจ้าง
ให้เอกชนผู้รับจัดงาน (Organizer) งานโฆษณา และประชาสัมพันธ์  ไว้ดังนี้
      1. จะต้องเป็นไปตามความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบการศึกษา
มีความคุ้มค่า และประหยัดงบประมาณ
      2. กรณีใช้งบประมาณตั้งแต่ 1,000,000 บาท ขึ้นไป หรือมีกลุ่มเป้าหมาย จำนวน
ตั้งแต่ 100 คน ขึ้นไป ต้องเสนอขอความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ก่อนการจัดงาน
      3. ให้ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้กำกับการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการ
ที่กำหนด
     สำหรับการจ้างจัดงาน ที่มีวงเงินการจัดจ้างตั้งแต่ 5,000,000 บาท ขึ้นไป ให้รายงาน
ให้คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐทราบก่อนดำเนินการ
จัดจ้าง และให้คณะกรรมการฯ รวบรวมเสนอคณะรัฐมนตรี

ที่มา :  ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ  ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2558

การยกเว้นการเป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน ของ TOT และ CAT

      คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ (กวพ.)  ได้อนุมัติยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบ
สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 15 ตรี
การตรวจสอบผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน กรณีการมีความสัมพันธ์เชิงทุนของบริษัท
ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เพื่อเป็น
การเปิดกว้าง และเปิดโอกาสให้มีผู้เข้าแข่งขันมากรายขึ้น อันเป็นประโยชน์ของ
ผู้ประกอบการ เนื่องจาก อำนาจในการบริหารจัดการของ บริษัท ทีโอที จำกัด
(มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กระทำในรูปของ
คณะกรรมการ ซึ่งแยกออกจากกันโดยชัดเจน ตลอดจนบริษัททั้งสองไม่ใช่บริษัท
ในเครือเดียวกัน  เพียงแต่ มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงเทคโนโลยี-
สารสนเทศและการสื่อสาร และมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้น 100%

ที่มา :  หนังสือคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวพ) 0421.3/ว479
            ลงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2558

วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2558

หมวดรายจ่าย กรณีถมดินเพื่อปรับพื้นที่

    สำนักงบประมาณได้ตอบคำถามเกี่ยวกับการจ้างเหมาถมดิน
เพื่อปรับพื้นที่ไม่ให้น้ำท่วม วงเงิน 100,000 บาท ว่า เป็นรายจ่าย
ในงบลงทุน เนื่องจาก เป็นการปรับปรุงที่ดินที่มีผลทำให้มูลค่าที่ดิน
เพิ่มขึ้น


วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558

การเบิกจ่ายค่าจัดทำ Website และ Webpage

           กระทรวงการคลัง ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ กค 0406.4/ว96 ลงวันที่ 16 กันยายน 2553 กำหนดให้ค่าใช้จ่ายในการจัดทำเว็บไซต์ และส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องในการจัดทำเว็บไซต์.... เป็นค่าใช้สอยตามข้อ 12 ของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของส่วนราชการ พ.ศ.2553 ให้หัวหน้าส่วนราชการเบิกจ่ายตามความจำเป็น เหมาะสม ประหยัด และเพื่อประโยชน์ของทางราชการ  ซึ่งจากเดิม หนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค 0526.7/ว139  ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2544  ซึ่งจากเดิม กระทรวงการคลังกำหนดว่า ค่าใช้จ่ายในการจัดทำ website และ Webpage รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีราคาต่อหน่วยต่อชุดรวมกันเกิน 20,000 ให้ขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณ
    (ขอขอบคุณ Rungnapa T ที่ได้ให้ความกรุณาให้ข้อมูลค่ะ)

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

การซ่อมแซมอาคาร ก็ต้องมีการกำหนดค่า K

         สำนักงบประมาณได้ตอบกระทู้ในกระดานถามตอบของสำนักงบประมาณว่า
งานซ่อมแซมอาคารและสิ่งก่อสร้าง ซึ่ีงเบิกจ่ายในงบลงทุน ลักษณะค่าที่ดิน
และสิ่งก่อสร้าง และมีองค์ประกอบการใช้วัสดุกก่อสร้าง สอดคล้องกับสูตรที่กำหนดไว้
ตามประเภทและลักษณะงานอาคาร ซึ่งประกอบด้วย ซีเมนต์ เหล็ก และวัสดุก่อสร้าง
(ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์)  ต้องนำสัญญาแบบปรับราคาได้มาใช้